วันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2552

สุนัข



สุนัข หรือ หมา เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิดหลายสกุลในวงศ์ Canidae ออกลูกเป็นตัว ลำตัวมีขนปกคลุม มีเขี้ยว 2 คู่ ตีนหน้า มี 5 นิ้ว ตีนหลังมี 4 นิ้ว ซ่อนเล็บไม่ได้ อวัยวะเพศของตัวผู้มีกระดูกอยู่ภายใน 1 ชิ้น ที่ยังคงเป็นสัตว์ป่า เช่น หมาใน (Cuon alpinus) ที่เลี้ยงเป็นสัตว์บ้าน คือ ชนิด Canis familiaris สุนัขเป็นสัตว์ที่มีหลายพันธุ์ เช่น ลาบราดอร์, โกลเด้น, ชิวาวา และอีกมากมาย มีทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ดุและไม่ดุ พันธุ์ที่มีขนาดใหญ่ เช่น โกลเด้น ลาบราดอร์ ที่มีขนาดเล็ก เช่น ชิวาวา ชิสุ ส่วนที่ดุ ได้แก่ ร็อดไวเลอร์ อัลเซเชียน สุนัขแต่ละพันธุ์จะมีนิสัยแตกต่างกัน

วิธีการอาบน้ำ

  • 1.หลังจากแปรงขนให้สุนัขแล้วให้ใช้ก้อนสำลีอุดหูสุนัขไว้ แล้วจับสุนัขยืนในอ่างน้ำ โดยใช้ผ้ายางรองพื้นอ่าง ใช้มือจับปลอกคอสุนัขแล้วใช้น้ำอุ่นค่อยๆ ราดลงบนตัวสุนัข
  • 2.ใช้แชมพูสำหรับสุนัขหรือแชมพูที่ไม่ระคายเคืองตาฟอกให้ทั่วตัว ยกเว้นบริเวณหัว จับสุนัขให้มั่นคงเพื่อป้องกันสุนัขลื่นหรือกระโดดออกจาอ่างน้ำ ถูนวดย้อนขนจนแชมพูเป็นฟอง ระวังอย่าให้แชมพูกระเด็นเข้าตาสุนัข
  • 3.บริเวณหัวให้ใช้แชมพูที่ไม่ระคายเคืองตาเทลงมือ แล้วนวดขนสุนัขอย่างนุ่มนวล ระวังอย่าให้น้ำและฟองแชมพูกระเด็นเข้าปากของสุนัข
  • 4.ล้างแชมพูบริเวณหัวออกและเช็ดให้แห้งก่อน จากนั้นจึงล้างแชมพูบริเวณลำตัว วิธีจะช่วยป้องกันสุนัขสะบัดน้ำกระจายไปทั่ว
  • 5.ล้างแชมพูออกให้หมดด้วยน้ำอุ่นอีกครั้ง ถ้าจำเป็นอาจใช้แชมพูปรับสภาพ นวดขนแล้วล้างออกให้หมด
  • 6.บีบไล่น้ำที่ติดค้างตามขนออกให้มากที่สุด แล้วใช้ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่เช็ดตัวสุนัขให้แห้ง จากนั้นเอาสาลีที่อุดหูออกและเช็ดในรูหูให้แห้ง
  • 7.สุนัขที่มีผิวหนังสมบูรณ์อาจใช้เครื่องเป่าผมเป่าขนให้แห้ง โดยปรับอุณหภูมิปานกลาง และแปรงขนไปในทิศทางออกจากตัว สำหรับสุนัขที่มีอาการคันควรงดเครื่องเป่าผมเพราะว่า ความร้อนจะทำให้คันมากขึ้น

หลังอาบน้ำสุนัขมักจะวิ่งไปทั่วอย่างตื่นเต้น ควรระวังไม่ให้สุนัขไปเกลือกกลิ้งบนพื้นสกปรก และพยายามสร้างกลิ่นตัวให้เหมือนสิ่งแวดล้อมด้วยการไปคลุกกับสิ่งเหล่านี้

อุปกรณ์สำหรับสุนัข



แผ่นรองซับขับถ่ายสำหรับสุนัข ขนาดมาตราฐาน 45*60cm พิเศษมีเจลดูดซับกลิ่นยอดเยี่ยม
ราคาย่อมเยา

ราคา: 7.5 บาท




สุนัขเหม็น อาบน้ำไม่หายเหม็น เกา ผืนแดง โรคผิวหนัง รา ยีนส์ แก้ได้ ง่ายๆ เพียงปลายนิ้ว

ราคา :350 บาท



กรงสุนัขคุณภาพ สวยงามเกินห้ามใจ ตั้งโชว์ได้ไม่อายใคร

ราคา : 2,900 บาท



บิสกิตสำหรับสุนัขใหม่สดจากเตาส่งตรงถึงท่านพร้อมให้บริการแล้ว

ราคา : 40/100g บาท



เบาะทรงกลมลายเหลือง ขายปลีกและส่งคะ
ราคา 160 บาท

เบาะนอนสวย ๆ มีหลังคามุง สวย แบบวงกลม

ขายปลีก 250 บาท

ราคา 160 บาท

ตะกร้อครอบปากสุนัข ของนำเข้าจกาเยอรมัน
ราคา : 1,200 บาท




ฟันสุนัข


ฟันสุนัข


ข้อมูลสุนัขพันธุ์ต่างๆ

การตรวจช่องปากและฟันของสุนัข ฟันน้ำนม และ ฟันแท้

ในตอนนี้จะกล่าวถึงความสำคัญของการตรวจสุขภาพของช่องปากและฟันสุนัขอย่างละเอียดว่า ทำเพื่ออะไร มีความสำคัญอย่างไร และควรทำเมื่ออายุเท่าไร รวมถึงการเจริญพัฒนาของฟันสุนัข การงอกของฟันสุนัข ฟันแท้ ฟันน้ำนม โครงสร้างของฟัน หลายท่านอาจมีความรู้บ้างแต่อาจจะเข้าในโดยไม่ถ่องแท้ก็เป็นได้ เราสามารถคำนวณอายุสุนัขจากการดูฟันน้ำนมและฟันแท้ของสุนัขได้อย่างคร่าวๆ และจะทราบถึงว่าเมื่อฟันแท้ขึ้นครบแล้วแต่ยังมีฟันน้ำนมหลงเหลืออยู่จำเป็นต้องถอนออกหรือไม่

การตรวจช่องปากและฟันสุนัข (เพื่ออะไร , ทำได้อย่างไรและเมื่ออายุเท่าไร)

การตรวจช่องปากสุนัขอย่างละเอียดถี่ถ้วน มีความจำเป็นอย่างมากเนื่องจากจะสามารถบ่งบอกให้รู้ถึงสุขภาพโดยรวมของสุนัขว่าเป็นอย่างไร โดยเฉพาะปัญหาในช่องปากและฟัน แน่นอนย่อมเป็นการเสี่ยงอย่างมากขณะทำการตรวจต่อตัวของสัตวแพทย์เอง ผู้ช่วย หรือแม้แต่ตัวเจ้าของเอง เพราะบางครั้งอาจเสี่ยงต่อการโดนสุนัขกัด สุนัขบางตัวสัตวแพทย์อาจแนะนำให้มัดปากก่อนหรือใส่ปลอกรัดปาก หรือใส่ตระกร้อ หรือบางกรณีอาจจำเป็นต้องให้ยาซึมหรือยาสลบเพื่อป้องกันการกัดในขณะที่สัตวแพทย์ทำการตรวจ

การวางยาซึมหรือยาสลบสุนัขในปัจจุบันนี้สามารถกล่าวได้ว่ามีความปลอดภัยเป็นอย่างมาก เจ้าของสุนัขไม่ต้องกลัวหรือกังวล สัตวแพทย์จะใช้ดุลยพินิจของตัวเองร่วมกับการตัดสินใจของเจ้าของ การตรวจช่องปากโดยละเอียดถี่ถ้วนนี้จะทำให้ทราบถึงสภาวะการเจ็บป่วยของสุนัขโดยรวมๆ ว่าเป็นอย่างไร มีปัญหาใดบ้างที่จำเป็นต้องป้องกันและแก้ไขเพื่อความปลอดภัยของสุนัขก่อนที่จะเกิดปัญหาร้ายแรงตามมา

ในช่องปากสุนัขจะมีเยื่อเมือกปกคลุมในส่วนของเหงือก ริมฝีปากด้านใน และด้านในของกระพุ้งแก้ม เยื่อเมือกนี้จะบ่งบอกให้รู้ว่าสุนัขอยู่ในสภาพขาดน้ำหรือไม่ ถ้าเยื่อเมือกมีสีชมพูและชุ่มชื้นก็แสดงว่าสุนัขมีสุขภาพดี แต่ถ้าเยื่อแห้งก็จะบ่งบอกว่าขาดน้ำ สาเหตุอาจเกิดจากการเสียน้ำจากกรณีปัสสาวะมากเกินไป ท้องเสีย หรือท้องมานก็ได้ ถ้าเยื่อเมือกซีดก็จะบ่งบอกว่าสุนัขมีปริมาณเม็ดเลือดแดงน้อยกว่าปกติหรือโลหิตจาง หรือสุนัขกำลังช็อค หรือถ้าเยื่อเมือกมีสีเหลืองก็จะบ่งบอกว่าเป็นดีซ่าน ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการวินิจฉัยโรคให้ตรงประเด็นยิ่งขึ้น ทำให้สัตวแพทย์วินิจฉัยได้ว่าสุนัขของท่านปกติหรือไม่ หรือน่าจะป่วยด้วยโรคหรือด้วยสาเหตุใดได้บ้าง เป็นแนวทางในการตรวจวินิจฉัยโรคเป็นลำดับๆ เพื่อหาทางรักษาสุนัขของท่านได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที

เยื่อเมือกในช่องปากที่ผิดปกตินอกจากจะขาดความชุ่มชื้น ซีด เหลือง และยังอาจพบว่ามีลักษณะเป็นแผลหลุม ซึ่งสามารถพบได้กรณีของการมียูเรียในกระแสเลือดมากเกินไป เนื่องจากสภาพความผิดปกติจากการทำงานของไต หรือเยื่อเมือกมีจุดเลือดออกเนื่องจากขาดเกล็ดเลือด ทำให้มีเลือดออกตามหลอดเลือดขนาดเล็กๆ ที่มาเลี้ยงบริเวณเยื่อเมือกของช่องปาก หรืออาจพบลักษณะตุ่มใสๆ ซึ่งอาจเกิดจากโรคทางระบบภูมิคุ้มกันของสุนัขก็ได้

การตรวจช่องปากสุนัขยังทำให้ทราบถึงสภาวะของโรคในช่องปากโดยเฉพาะ เช่น เหงือกอักเสบ สิ่งแปลกปลอมในปาก เนื้องอก ท่อของต่อมน้ำลายอุดตันหรือฉีกขาด หินปูน หินน้ำลาย ฝีที่ลุกลามจากรากฟันทำให้โพรงฟันอักเสบ ลิ้นอักเสบ ฟันน้ำนมที่ยังไม่หลุดเมื่อถึงอายุ 7 เดือน หรืออาจพบปัญหาฟันสึก ฟันแตก ฟันหักหรืออื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งจะนำไปสู่การวินิจฉัยโรคอย่างรวดเร็วและการรักษาอย่างถูกต้อง

การตรวจช่องปากและฟันของสุนัขที่มีสุขภาพปกติควรตรวจเมื่อสุนัขมีอายุได้ดังนี้

อายุ

ลูกสุนัข - 2 เดือน ควรตรวจดูว่าสบของฟันมีความผิดปกติหรือไม่ ฟันน้ำนมครบทุกซี่หรือไม่หรือมีการงอกของฟันผิดปกติหรือไม่

4-5 เดือน ควรตรวจดูว่าเริ่มมีการหลุดของฟันน้ำนม และมีการแทนที่ของฟันแท้หรือยัง การสบของฟันดีหรือไม่

6-7 เดือน ควรตรวจดูว่าฟันน้ำนมหลุดหรือยัง การงอกของฟันแท้มีทิศทางและตำแหน่งถูกต้องหรือไม่ ฟันขึ้นครบหรือไม่ มีฟันเกินฟันซ้อนหรือไม่

8 เดือนขึ้นไป ควรตรวจดูว่ามีหินปูน หินน้ำลาย ฟันแตก ฟันหัก ฟันบิ่น รากฟันอักเสบ รากฟันเป็นฝี โพรงฟันเป็นฝี หรือการอักเสบของขากรรไกร

การตรวจช่องปากอย่างละเอียดถี่ถ้วนเท่านั้นที่จะสามารถพบปัญหาเหล่านี้ และเป็นหน้าที่ของเจ้าของสุนัขที่จะพาสุนัขมาตรวจกับสัตวแพทย์ แล้วท่านล่ะเคยพาสุนัขไปตรวจสุขภาพช่องปากและฟันบ้างหรือยัง

การงอกของฟันน้ำนม ฟันแท้ และการเจริญพัฒนาของฟัน

ฟันของสุนัขมี 2 ชุด คือ ฟันน้ำนมและฟันแท้ ซึ่งฟันและซี่จะมีส่วนที่พ้นเหงือกออกมา ( Crown ) และส่วนที่ฝังอยู่ใต้เหงือกในขากรรไกร เรียกว่า รากฟัน ( Root ) โดยแสดงเป็นรูปวาดประกอบดังรูปข้างล่าง

ส่วนของรากฟันที่พ้นเหงือก ( Crown ) คือ ส่วนที่เรามองเห็นได้ ปกติจะมีสีขาว

เคลือบฟัน ( enamel ) คือ ส่วนที่ปกคลุมส่วนของฟันที่พ้นเหงือกออกมาลักษณะแข็ง ผิวเรียบ เป็นมัน

คอฟัน ( neck ) คือ ส่วนสั้นๆ แคบๆ ของฟันที่โผล่พ้นเหงือก ( Crown ) ที่อยู่ชิดติดกับเหงือก

เนื้อฟัน ( dentin ) คือ ส่วนประกอบหลักที่เป็นฟัน มีความแข็งแรงคล้ายกระดูก ส่วนที่โผล่เหงือกออกมา ( Crown ) จะถูกปคลุมด้วยเคลือบฟัน ( enamel )

รากฟัน ( root of tooth ) คือ ส่วนของฟันที่ฝังอยู่อยู่ในส่วนของเหงือก

โพรงฟัน ( pulp ) เป็นที่อยู่ของเนื้อเยื่ออ่อนของฟัน ซึ่งจะมีเฉพาะเส้นประสาทที่ทำหน้าที่รับความรู้สึก ร้อน เย็น แรงกด และในโพรงฟันจะมีเส้นเลือดมาเลี้ยงตลอดความยาวของคลองรากฟัน( root canal )

การเจริญพัฒนาของฟันจะเริ่มตั้งแต่ยังเป็นตัวอ่อนอยู่ในท้อง และจะสมบูรณ์เป็นฟันแท้เมื่ออายุครบ 6 – 7 เดือน ในขณะที่เป็นตัวอ่อนอยู่ในท้องของแม่ เซลล์ที่เป็นต้นกำเนิดของฟันจะมีการจัดเรียงตัวและเปลี่ยนแปลงรูปร่างของเซลล์เป็นตุ่มเล็กๆ เป็นรูปร่างของฟัน ฟันจะเริ่มโผล่พ้นเหงือกก่อนที่รากฟันจะมีการพัฒนาอย่างสมบูรณ์ หลังจากฟันน้ำนมมีการโผล่พ้นเหงือกหรือฟันงอกจนเป็นฟันน้ำนมอย่างสมบูรณ์ได้ไม่นานรากของฟันน้ำนมจะมากเสื่อมและถูกดูดซึมทำงานด้วยกลไกของร่างกาย ขณะเดียวกันตุ่มหรือหน่อของฟันแท้ก็จะเริ่มมีการเจริญพัฒนางอกขึ้นมาแทนที่ฟันน้ำนมหลังจากฟันน้ำนมหลุดออกไป

ฟันน้ำนมนี้จะคงอยู่ จนกระทั่งขนาดของขากรรไกรมีขนาดเพียงพอที่จะรองรับให้ฟันแท้งอกขึ้นมา ฟันแท้จะขึ้นครบทุกซี่เมื่ออายุได้ 6-7 เดือน ขึ้นอยู่กับขนาดของพันธุ์สุนัขว่าเป็นสุนัขพันธุ์เล็กหรือพันธุ์ใหญ่

ฟันน้ำนม

ฟันน้ำนมปกติจะพบได้เฉพาะในลูกสุนัขเท่านั้น ถ้าลูกสุนัขอายุเกิน 6-7 เดือนไปแล้วยังมีฟันน้ำนมหลงเหลืออยู่ถือเป็นเรื่องผิดปกติอย่างรุนแรง จำเป็นต้องแก้ไขด้วยการถอนอย่างถูกวิธี

ฟันน้ำนมนี้จะถูกแทนที่ด้วยฟันแท้ โดยเริ่มตั้งแต่อายุ 2-3 เดือนในลักษณะของตุ่มหรือหน่อของฟันแท้ใต้เหงือก ในขณะเดียวกันกับที่รากฟันน้ำนมถูกทำลายและการดูดซึมด้วยกลไกของร่างกายสุนัข

ลูกสุนัขที่คลอดใหม่จะไม่มีฟัน ฟันน้ำนมในลูกสุนัขจะเริ่มงอกเมื่ออายุได้ 2-4 สัปดาห์ โดยฟันเขี้ยว (Canine tooth ) จะโผล่พ้นเหงือกขึ้นมาก่อน และจะขึ้นครบทุกซี่เมื่ออายุได้ประมาณ 8 สัปดาห์



ฟันน้ำนมจะมี 28 ซี่ ดังนี้

ชนิดของฟัน จำนวนคู่

จำนวนซี่

ฟันตัด ( Incisor : I ) ฟันบน 3 คู่


ฟันล่าง 3 คู่

รวม

12 ซี่

ฟันเขี้ยว ( Canine : C ) ฟันบน 1 คู่


ฟันล่าง 1 คู่

รวม

4 ซี่

ฟันกรามน้อยหรือฟันก่อนฟันกราม
( Premolars : PM )
ฟันบน 3 คู่


ฟันล่าง 3 คู่

รวม

12 ซี่



รวม

28 ซี่

ฟันน้ำนมจะมีการพัฒนาที่ดีมากมีความยาวของรากฟันสัมพันธ์กับส่วนของฟันที่พ้นเหงือก( Crown ) กล่าวคือถ้าส่วนของฟันที่พ้นเหงือก ( Crown ) ยาว รากฟันซี่นั้นก็จะยาวด้วย ฟันน้ำนมของสุนัขจะคงอยู่ในปากสุนัขจนกระทั่งถึงเวลาที่ขากรรไกรมีขนาดเพียงพอที่จะทำให้ฟันแท้โผล่งอกพ้นเหงือกขึ้นมาได้ รากของฟันน้ำนมจะเริ่มถูกทำลายและดูดซึมอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ฟันน้ำนมมีการงอกขึ้นอย่างสมบูรณ์ และจะถูกแทนที่ด้วยฟันแท้ในตำแหน่งเดียวกัน เพราะเหตุว่าตำแหน่งของฟันน้ำนมจะเป็นที่อยู่ของฟันแท้นี่เอง จึงมีความสำคัญมากต่อการงอกของฟันแท้ ดังนั้นเมื่อลูกสุนัขอายุได้ 8 สัปดาห์ (2 เดือน) ควรได้รับการตรวจฟันว่าการสบของฟันมีปัญหาหรือไม่ หรือมีความผิดปกติแต่กำเนิดของทิศทางการงอกของฟันหรือตำแหน่งของฟันหรือไม่ ในกรณีเกิดมีปัญหาต่อฟันน้ำนมของสุนัข เช่น การชอกช้ำจากการกระทบกระแทกหรือการขึ้นผิดตำแหน่งหรือมีการติดเชื้อในฟันน้ำนมซี่ไหนก็ตาม ถ้ามีการพิจารณาแก้ไขโดยการถอนทิ้ง ควรกระทำด้วยความระมัดระวังอย่างมาก โดยต้องไม่กระทบกระเทือนหรือมีผลเสียต่อหน่อหรือตุ่มของฟันแท้ที่อยู่ใต้เหงือก เพราะจะมีผลต่อการงอกการเจริญพัฒนาของฟันแท้ อาจทำให้ผิดตำแหน่ง ทิศทาง ผิดรูปร่างของฟันแท้ได้

ฟันแท้

ฟันแท้ในสุนัขจะมี 42 ซี่ การงอกของฟันแต่ละซี่แต่ละชนิดจะปรากฎเมื่ออายุดังต่อไปนี้

ชนิดของฟัน อายุ
ฟันตัด ( Incisor : I ) 2 – 5 เดือน
ฟันเขี้ยว ( Canine : C ) 5 – 6 เดือน
ฟันกรามน้อยหรือฟันก่อนฟันกราม ( Premolars : PM ) 4 – 6 เดือน
ฟันกราม ( Molar : M ) 5 – 7 เดือน

จำนวนฟันแท้ 42 ซี่ แยกเป็นแต่ละชนิดดังนี้

ชนิดของฟัน จำนวนคู่

จำนวนซี่

ฟันตัด ( Incisor : I ) ฟันบน 3 คู่


ฟันล่าง 3 คู่

รวม

12 ซี่

ฟันเขี้ยว ( Canine : C ) ฟันบน 1 คู่


ฟันล่าง 1 คู่

รวม

4 ซี่

ฟันกรามน้อยหรือฟันก่อนฟันกราม ( Premolars : PM ) ฟันบน 4 คู่


ฟันล่าง 4 คู่

รวม

16 ซี่

ฟันกราม ( Molars : M ) ฟันบน 2 คู่


ฟันล่าง 3 คู่

รวม

10 ซี่



รวม

42 ซี่

ธนาคารเลือด

ธนาคารเลือดสุนัข

จุดเริ่มต้นของธนาคารเลือดสุนัข
เนื่องจากความต้องการถ่ายเลือดในการรักษาแต่ละครั้ง แต่ละปีมีปริมาณมาก อีกทั้งการขาดแคลนเลือดสำรองในกรณีฉุกเฉินหรือการผ่าตัดต่างๆ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญอันทำให้ธนาคารเลือดสุนัขเกิดขึ้นเป็นรูปธรรม นอกจากนี้สำหรับเลือดที่ได้มาแล้ว จำเป็นต้องมีกระบวนการจัดเก็บที่มีประสิทธิภาพ ด้วยเลือดทุกหยดมีคุณค่า เราจึงต้องจัดเก็บอย่างดี ต้องทำการแยกและจัดเก็บเลือดไว้ให้นาน เพื่อที่จะสามารถสร้างประโยชน์ได้มากกว่าการถ่ายเลือดเพียงหนึ่งครั้ง จากจุดเริ่มต้นของความตั้งใจที่จะก่อตั้ง “ธนาคารเลือดสุนัข” จึงก่อตั้งมาได้ร่วมสองปีแล้ว หากแต่ความต้องการเลือดกลับไม่มีที่สิ้นสุด ในทุกปีที่ผ่านมาเราจึงต้องขอบริจากเลือดอยู่ตลอด เพราะว่าการผ่าตัดในบางครั้งสุนัขที่ทำการผ่าตัดเสียเลือดมาก หรือกรณีอุบัติเหตุ โรคพยาธิในเม็ดเลือดอย่างรุนแรงก็จำเป็นที่จะต้องมีเลือดที่จะรองรับในจุดนี้ด้วย

ประโยชน์ของเลือด

  • ใช้ในการผ่าตัด ที่มีภาวะเสียเลือดมากๆ เช่น ตัดม้าม, ตัดตับ, ตัดไต, การตัดก้อนเนื้อในช่องท้อง
  • ในกรณีสัตว์จำเป็นต้องผ่าตัด แต่สภาพสัตว์ป่วยหนัก หรือไม่พร้อมสำหรับการผ่าตัด เช่น โลหิตจาง ,หรือมีปัญหาการแข่งตัวของเลือด
  • ใช้ช่วยชีวิตสัตว์ที่ได้รับยาเบื่อหนูกลุ่ม Wafarin เนื่องจากเลือดจะไหลไม่หยุด (ยาเบื่อจะไปยับยั้งสารที่ช่วยการแข่งตัวของเลือด) ถ้าจะมียาแก้พิษ แต่ก็จำเป็นต้องใช้พลาสมาแช่แข็งเพื่อช่วยชีวิต
  • ภาวะสัตว์ที่กำลังช็อก เนื่องจากขาดเลือด, ขาดโปรตีนอย่างรุนแรง
  • ในกรณีที่เป็นพยาธิเม็ดเลือดอย่างรุนแรง หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาวางยา จำเป็นที่ต้องใช้เลือดเพื่อพยุงร่างกายสัตว์ให้สามารถทำการรักษาต่อ
  • ใช้รักษาโรคทางกรรมพันธุ์ บางอย่างซึ่งทำให้เกิดเลือดไหลไม่หยุดเช่น Hemophillia a, Hemophillia b, von eilihamd dio
  • ใช้รักษาสภาวะที่สัตว์มีภาวะขาดอาหารอย่างรุนแรงโดยเฉพาะในลูกสัตว์
  • ใช้รักษาสัตว์ในสภาวะฉุกเฉินที่มีภาวะเลือดออกในอวัยวะภายใน เช่นในช่องท้อง หรือในช่วงอก
  • อาจพัฒนาทำเป็น Hyper immune seum ในกรณีลูกสัตว์ที่ป่วยเป็นโรคทางไวรัสเช่น สำไส้อักเสบ , ไข้หัด

จุดเริ่มต้นของธนาคารเลือดสุนัข

การบริจาคเลือดของสุนัข

ทำไมสุนัขต้องได้รับเลือด

คุณสมบัติของสุนัขที่สามารถบริจาคเลือดได้

ขอขอบคุณข้อมูลจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน

โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน
เลขที่ 50 ถ.พหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทร. 0-2942-8756-9

เปิดให้บริการทุกวันจันทร์-พฤหัส เวลา 08.30-16.00 น.
วันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 08.30-12.00 น.
วันหยุดนขัตฤกษ์ เวลา 08.30-12.00 น.

สุขภาพ และการป้องกันโรค

สุขภาพ และการป้องกันโรค

ข้อมูลสุนัขพันธุ์ต่างๆ - สุขภาพ และการป้องกันโรค


สุนัขไม่ว่าจะสายพันธุ์ไหนก็ตาม ตอนที่เกิดมาก็จะได้รับภูมิต้านทานจากแม่ และภูมิต้านทานนั้นจะลดลงเมื่ออายุประมาณ 40 วัน ดังนั้นระยะเวลาที่เหมาะสมกับการฉีดวัคซีนครั้งแรก หรือเรียกว่าการปลูกภูมิคุ้มกัน คือเมื่อลูกสุนัขมีอายุได้ 50 วัน และต้องรออีกประมาณ 10 วัน เพื่อให้ลูกสุนัขสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาอีกครั้ง

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการฉีดวัคซีนในสุนัข
1. สุนัขที่ฉีดวัคซีนต้องมีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์
2. หลังฉีดวัคซีนทุกชนิดห้ามอาบน้ำให้สุนัขอย่างน้อย 7 วัน
3. หากมีการฉีดวัคซีนที่ผิดพลาดไปจากโปรแกรม ควรปรึกษาสัตวแพทย์
4. หลังจากฉีดวัคซีนแล้วภูมิคุ้มกันจะเกิดขึ้นหลังจากได้รับวัคซีนแล้ว 14 วัน

โปรแกรม การดูแล และฉีดวัคซีนในลูกสุันัข

อายุสุนัขคำอธิบาย
3-4 สัปดาห์- ตรวจสุขภาพและถ่ายพยาธิ
- วัคซีนป้องกันหวัด-หลอดลมอักเสบติดต่อ (ชนิดหยอดจมูก)
6-8 สัปดาห์- ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หัดสุนัขและลำไส้อักเสบติดต่อ หรือวัดซีนป้องกันไข้หัดสุนัขตับอักเสบติดต่อ และเลปโตสไปโรซิส ฉีดวัคซีนป้องกันโรคลำไส้
- ตรวจสุขภาพ ถ่ายพยาธิ, ป้องกันพยาธิหัวใจ
8-10 สัปดาห์- ฉีดวัคซีนรวมป้องกันโรคไข้หัดสุนัข ตับอักเสบติดต่อ, ลำไส้อักเสบติดต่อ, หวัด-หลอดลมอักเสบติดต่อ และเลปโตสไปโรซิส
10-14 สัปดาห์- ฉีดวัคซีนรวมป้องกันโรคไข้หัดสุนัข ตับอักเสบติดต่อ, ลำไส้อักเสบติดต่อ, หวัด-หลอดลมอักเสบติดต่อ, พิษสุนัขบ้า และเลปโตสไปโรซิส
ทุก 1 ปี- ฉีดวัคซีนรวมป้องกันโรคไข้หัดสุนัข ตับอักเสบติดต่อ, ลำไส้อักเสบติดต่อ, หวัด-หลอดลมอักเสบติดต่อ, พิษสุนัขบ้า และเลปโตสไปโรซิส
การป้องกันพยาธิหัวใจ- การป้อนยาป้องกันทุกเดือน เดือนละ 1 ครั้ง
การถ่ายพยาธิ- ควรถ่ายซ้ำอย่างน้อย ทุก 3 เดือน
การคุมกำเนิด- ทำหมันเมื่อสุนัขอายุ 8 เดือน - 1 ปีขึ้นไป ขึ้นอยู่กับพันธุ์
ตัดหาง- เมื่ออายุ 3-5 วัน
ตัดนิ้วติ่ง- เมื่ออายุ 3 วัน - 1 สัปดาห์
หมายเหตุ- โปรแกรมวัดซีน อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ขึ้นอยู่กับสถานการณ์

รายการโรคต่างๆ ที่สามารถเกิดขึ้นกับน้องสุนัขสุดหวง

1. โรคหัด
2. โรคลำไส้อักเสบ
3. โรคพิษสุนัขบ้า
4. โรคพยาธิหนอนหัวใจ

การฝึกสุนัข

การฝึกสุนัข

ข้อมูลสุนัขพันธุ์ต่างๆ

การฝึกสุนัขสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ คือ แบบที่ 1 เจ้าของสุนัขฝึกเองที่บ้าน แบบที่ 2 คือการส่งสุนัขเข้าโรงเรียนฝึกสุนัข แต่ในที่นี้เราจะกล่าวกันถึงการที่เราจะฝึกสุนัขกันด้วยตัวเองนะครับ

การเตรียมตัวก่อนฝึก
อายุของสุนัขที่เหมาะสมกับการฝึกคือ 2 เดือน การที่คุณจะฝึกให้เค้าทำตามคำสั่งได้นั้นจึงควรมีการให้รางวัลกับเค้าหากเค้าทำตามคำสั่ง และอาจมีการลงโทษเมื่อเค้าไม่ทำตาม

การให้รางวัลกับสุนัขแบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ
1. การให้รางวัลด้วยขนมหรือของกิน

2. การให้รางวัลด้วยการสัมผัสโดยการลูบเบาๆ

การลงโทษก็สามารถแบ่งได้ออกเป็น 3 ระดับ คือ
1. การใช้เสียงดังที่สูงหรือต่ำกว่าปกติ
2. การใช้กระดาษม้วนๆ และตีให้เกิดเสียงดังข้างลำตัวของสุนัข
3. การตีที่ตัวสุนัขโดยตรง ซึ่งในจุดนี้ควรหลีกเลี่ยงการตีที่หัวของสุนัข

การฝึกสิ่งที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน


การฝึกสอนสุนัขควรเริ่มฝึกตั้งแต่อายุยังน้อย หรือ
ประมาณ 2 เดือนเป็นต้นไป โดยเริ่มต้นด้วยการฝึกสิ่งที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น การฝึกขับถ่าย การกินอาหาร หรือการใส่ปลอกคอ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในระดับต่อไป สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การฝึกสิ่งที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน

การฝึกให้ปฏิบัติตามคำสั่ง
เป็นอีกขั้นของการฝึกเพื่อให้สุนัขของคุณรับฟังคำสั่งมากขึ้น โดยการฝึกนั้นอาจต้องใช้ขนมเพื่อเป็นตัวล่อให้สุนัขทำตามคำสั่ง แต่ก็ไม่ควรใช้บ่อยนัก และหากสุนัขทำตามคำสั่งก็ควรให้รางวัล และลงโทษเมื่อไม่ทำตามคำสั่ง โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การฝึกให้ปฏิบัติตามคำสั่ง